ขนาดตัวอักษร
ความตัดกันของสี
c
c
c
เข้าสู่ระบบ / สมัครสมาชิก

ลงทะเบียนสมัครเรียนภายใต้โครงการ Thailand Skill Bridge

ข้อมูลหลักสูตรและแผนการฝึกอบรม

22 กรกฎาคม 2569 ถึง 31 มีนาคม 2570
การออกแบบวัตถุดิบชีวภาพเชิงคาร์บอนบวกและเศรษฐกิจหมุนเวียน (Carbon-Positive Ingredient Architecture & Bio-Upcycling)
คณะเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพ และนวัตกรรม ม.อัสสัมชัญ
1. อุตสาหกรรมการแปรรูปอาหารที่มีมูลค่าเพิ่มสูง
1. Food Technology and Innovation
2. Nutraceutical
3. Nutrition Science
1. Module 1: วิศวกรการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (The Bio-Upcycler) • Biomass Deconstruction: ถอดโครงสร้าง side-stream/biomass ให้เป็นหน่วยโมเลกุลดิบสำหรับการออกแบบฟังก์ชัน • Molecular Relay: เปลี่ยน biomass ที่เคยเป็นของเสียให้กลายเป็นโมเลกุลต้นทาง และออกแบบให้เป็น bio-ingredient ที่มีสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม • Multi-Application Logic: ตรรกะการใช้งานวัตถุดิบ 1 ชนิดในหลายระบบอาหาร • Circular System Mapping: แมปเศรษฐกิจหมุนเวียนระดับสารและอุตสาหกรรม • Impact Reframing: เปลี่ยน “ขยะ” เป็น “Carbon-asset” ไม่ใช่ Value-added ปกติ
2. Module 2: สถาปัตยกรรมสมรรถนะวัตถุดิบ (Ingredient Architecture) • Performance Engineering: ออกแบบ functional performance เช่น solubility, emulsification, foaming, stability • Compatibility Programming: การ match วัตถุดิบกับ matrix อาหาร (dairy-analog, meat-analog, beverage system) • Functional Scalability: ประเมิน performance เมื่อ scale-up จากการทดสอบ ปรับสเกล และการใช้งานในอุตสาหกรรม • Molecular-to-Market Transition: การแปลง performance เป็น business value • Application Spec Design: ออกแบบ spec สำหรับตลาด B2B ไม่ใช่ consumer product
3. Module 3: วิศวกรรมผลกระทบเชิงคาร์บอนบวก (Carbon-Positive Engineering) • Carbon Logic: วางตรรกะเชิงคาร์บอนของ bio-ingredients ในระดับโมเลกุล สู่ระบบอาหาร • Sustainable vs Circular vs Carbon-Positive: แยก narrative ที่วงการอาหารสมัยใหม่ใช้ผิดบ่อย • Bio-Valorization Economics: เศรษฐศาสตร์ของการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (ไม่ใช่ต้นทุนการผลิตธรรมดา) • Impact Synchronization: เชื่อมประเด็นด้านคาร์บอน เศรษฐกิจหมุนเวียน โภชนาการ ฟังก์ชันการใช้งาน และความเป็นไปได้ทางธุรกิจเข้าด้วยกัน • Future Food Scenario: การทำนายระบบอาหารที่จะต้องใช้ carbon-positive ingredients
4. Module 4: อินเตอร์เฟสระหว่างวัตถุดิบกับอุตสาหกรรม (Industrial Interface) • B2B Integration: กลไกการยอมรับวัตถุดิบในอุตสาหกรรมอาหาร (ingredient adoption mechanics) • Spec Sheet Engineering: การสร้าง Ingredient & Application Spec Sheet ตาม format ของ industry • Regulatory Entry: Novel Food / GRAS / Additive / Safety & Purity pathways • Supply-Chain Fit: วัตถุดิบต้องเข้า ecosystem ไหนถึงจะ scale ได้ • Interface-First Thinking: ออกแบบ ingredient เพื่อให้ “เข้าระบบ” มากกว่า “เข้าตลาด”
5. Module 5: ห้องทดลองต้นแบบวัตถุดิบ (Prototype Studio) • Prototype Assembly: สร้างต้นแบบวัตถุดิบพร้อม functional profile • Multi-Scenario Simulation: ทดลองการใช้งานในหลาย application sector • Circular + Carbon + Market Fit: ใช้สามตัวแปรแทน sensory + consumer แบบ functional food • Pitching for Industry: นำเสนอแบบ B2B และ ecosystem adoption • Portfolio as Identity: ผู้เรียนจะสร้าง portfolio ในฐานะ Bio-Upcycler / Ingredient Architect
Onsite Training
คณะเทคโนโลยีอาหาร ชีวภาพ และนวัตกรรม ม.อัสสัมชัญ
ภาคทฤษฎี 12 ชั่วโมง | ภาคปฏิบัติ 6 ชั่วโมง
รายละเอียดหลักสูตร:
หลักสูตรนี้สร้างผู้เรียนให้เป็น Bio-Upcycler ผู้สามารถแปลง waste และ side-stream ให้เป็น bio-ingredients ที่มีมูลค่าเชิงฟังก์ชันและเชิงคาร์บอนสำหรับอุตสาหกรรมอาหารยุคใหม่ โดยใช้วิธีคิดแบบ ingredient architecture และ system-level bio-design ที่ช่วยให้วัตถุดิบหนึ่งชนิดสามารถใช้ได้ในหลายผลิตภัณฑ์ (multi-application) พร้อมสร้างผลกระทบเชิงคาร์บอนบวก (Carbon-positive Impact) ในระบบอาหาร โดยผู้เรียนจะได้ทั้งการมองอนาคต (Future Scenario) และการใช้งานจริงในอุตสาหกรรม (Industrial Use-case) ผ่านการออกแบบต้นแบบวัตถุดิบ (Ingredient Prototype) และเส้นทางการเข้าตลาดแบบ B2B

วัตถุประสงค์ของหลักสูตร:
1. เพื่อพัฒนาความเข้าใจระบบเศรษฐกิจหมุนเวียนและการเพิ่มมูลค่าวัตถุดิบชีวภาพ (Bio-Upcycling) ในระบบอาหาร
2. เพื่อสร้างทักษะการออกแบบสมรรถนะของวัตถุดิบเชิงชีวภาพ (Functional Performance Architecture) สำหรับการใช้งานในหลายผลิตภัณฑ์
3. เพื่อส่งเสริมการประเมินศักยภาพเชิงคาร์บอน (Carbon Logic) และผลกระทบเชิงระบบของวัตถุดิบต่ออุตสาหกรรมอาหาร
4. เพื่อพัฒนาต้นแบบวัตถุดิบและเส้นทางการเข้าตลาดแบบ B2B (Ingredient Prototype & Industrial Interface)
ผลลัพธ์การเรียนรู้ (Learning Outcomes):
ผู้เรียนจะสามารถ:
1. ด้านความรู้เชิงระบบและเทคโนโลยีชีวภาพ (Systems & Bio-Upcycling Literacy)
• วิเคราะห์วัตถุดิบเหลือใช้หรือ side-stream และระบุเส้นทางการเพิ่มมูลค่าชีวภาพ (Bio-Valorization Pathways)
• อธิบายความสัมพันธ์ของการเปลี่ยน biomass ที่เคยเป็นของเสียให้กลายเป็นโมเลกุลต้นทาง และออกแบบให้เป็น bio-ingredient ที่มีสมรรถนะเชิงอุตสาหกรรม ในระบบอาหาร
• ประเมิน Functional Performance ของ bio-ingredients เช่น solubility, foaming, emulsification, stability
• เข้าใจกลไก Circular Bioeconomy และ Carbon-Positive Logic ในระดับวัตถุดิบและอุตสาหกรรมอาหาร

2. ด้านการประยุกต์ใช้เทคโนโลยีและการออกแบบวัตถุดิบ (Ingredient Architecture & Tech Application)
• ออกแบบและปรับคุณสมบัติวัตถุดิบเพื่อให้เข้ากับ matrix อาหารหลายประเภท (Multi-application Fit)
• ทดสอบและประเมินสมรรถนะของวัตถุดิบในระดับแล็บ ปรับสเกลที่ระดับนำร่อง และนำไปใช้จริงในระดับอุตสาหกรรม
• จัดทำ Ingredient Specification Sheet และ Application Sheet สำหรับตลาด B2B
• พยากรณ์ความเหมาะสมในการใช้งานใน ecosystem อาหารยุคใหม่ เช่น Alt-Protein, Beverage, Nutraceutical
3. ด้านนวัตกรรม แนวคิดเชิงคาร์บอน และเศรษฐศาสตร์หมุนเวียน (Circular Innovation & Carbon-Positive Design)
• ประเมิน techno-economic feasibility ของวัตถุดิบในบริบท Bio-Upcycling และ Carbon-Positive
• บูรณาการข้อมูลด้านคาร์บอน ความหมุนเวียน โภชนาการ และศักยภาพทางธุรกิจเข้าด้วยกันในกรอบเดียว
• สร้างต้นแบบวัตถุดิบ (Ingredient Prototype) และพัฒนา use-case ที่ตอบโจทย์ Carbon / Circular / Market
• ใช้ Scenario Thinking เพื่อเชื่อมวัตถุดิบเข้ากับ Future Food Systems
4. ด้านการสื่อสาร การนำเสนอ และความเป็นมืออาชีพ (Professional, Regulatory & Industry Interface)
• นำเสนอวัตถุดิบหรือ Prototype ในรูปแบบ B2B ต่อผู้เชี่ยวชาญและอุตสาหกรรม
• ประเมินเส้นทางการเข้าตลาด (Market Entry Pathways) เช่น Novel Food / GRAS / Safety & Purity
• เข้าใจ Supply-Chain Fit และปัจจัยการยอมรับของอุตสาหกรรม (Ingredient Adoption Mechanics)
• พัฒนาผลงานเป็น Portfolio ในฐานะ Bio-Upcycler หรือ Ingredient Architect

รูปแบบการประเมินผล
1. Master Prototype Pitch นำเสนอต้นแบบวัตถุดิบต่อผู้เชี่ยวชาญอุตสาหกรรม
2. Ingredient Specification & Application Sheet จัดทำข้อมูลสมรรถนะและการใช้งานสำหรับตลาด B2B
3. Valorization & Carbon Mapping วิเคราะห์เส้นทางการเพิ่มมูลค่าและผลกระทบเชิงคาร์บอน